อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
06.04.2026 12:36 AMอเมริกาจะเป็นปัจจัยหลัก และแทบจะเป็นแหล่งข่าวเดียวในสัปดาห์หน้า เอาเข้าจริงแล้วเกือบทุกสุดสัปดาห์ผมก็ต้องพูดแบบเดิมซ้ำ ๆ ว่าทิศทางของคู่เงิน EUR/USD และ GBP/USD นั้นผูกกับกระแสข่าวจากฝั่งสหรัฐเป็นหลัก ขอทบทวนว่าเมื่อสองสัปดาห์ก่อน เพิ่งมีการประชุมของธนาคารกลางทั้งสามแห่งครบถ้วน และฝั่งยุโรปยังคงมีท่าทีค่อนข้าง Hawkish ตรงกันข้ามกับ Fed แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่อาจช่วยพยุงยูโรและปอนด์ให้พ้นจากการอ่อนค่าลงรอบใหม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้น ข้อมูลตลาดแรงงานและอัตราว่างงานของสหรัฐที่ออกมาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาก็ถูกตลาดเมินเฉยเช่นกัน
ดังนั้นจะพูดให้ตรงกว่านั้นคือ ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์จะมีน้ำหนักมากกว่า ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจ ผมมีข้อกังขาอยู่พอสมควร ความจริงแล้วสัปดาห์หน้าจะมีรายงานตัวเลขสำคัญจากสหรัฐออกมาจำนวนมาก แต่หากตัวเลขอย่าง Non-Farm Payrolls และอัตราว่างงานยังถูกมองข้ามในวันศุกร์ที่ผ่านมา รายงานเหล่านี้จะยังมีนัยสำคัญแค่ไหนกัน
สัปดาห์จะเริ่มจากการประกาศดัชนี ISM Services เดือนมีนาคม ต่อด้วยคำสั่งซื้อสินค้าคงทน, GDP ไตรมาส 4 และ Core Personal Consumption Expenditures (PCE) Price Index จากนั้นจะปิดท้ายด้วยตัวเลขเงินเฟ้อเดือนมีนาคมซึ่งมีโอกาสพุ่งขึ้นได้ถึง 1% เต็ม ผมมองว่ารายงานเงินเฟ้อนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่สุด เพราะหากราคาสินค้าปรับตัวขึ้นแรง อาจทำให้ FOMC ต้องทบทวนแผนการดำเนินนโยบายการเงินใหม่
ปัจจุบัน แผนของ Fed คือคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมไปจนสิ้นปี แต่หากเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ธนาคารกลางสหรัฐอาจต้องกลับมาประเมินแผนดังกล่าวใหม่อีกครั้ง
จากการวิเคราะห์ EUR/USD ผมสรุปได้ว่าตัวสินทรัพย์ยังเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงขาขึ้นของโครงสร้างแนวโน้ม (ภาพล่าง) และในระยะสั้นได้จบการสร้างโครงสร้างคลื่นขาลงไปแล้ว เนื่องจากโครงสร้าง Impulse แบบห้าคลื่นได้ครบถ้วน ผู้อ่านจึงสามารถคาดหวังการปรับตัวขึ้นของราคาในสัปดาห์หน้า โดยมีเป้าหมายบริเวณ 1.1666 และ 1.1745 ซึ่งสอดคล้องกับระดับ 38.2% และ 50.0% บนสเกล Fibonacci การเคลื่อนไหวต่อจากนี้ของตัวสินทรัพย์จะขึ้นอยู่กับเหตุการณ์ในตะวันออกกลางอย่างเต็มตัว
ภาพคลื่นของคู่เงิน GBP/USD ชัดเจนมากขึ้นตามเวลาตามที่ผมคาดไว้ ตอนนี้เรามองเห็นโครงสร้างขาลงแบบห้าคลื่นที่เด่นชัดบนกราฟ โดยมีการยืดตัวในคลื่นที่สาม หากเป็นเช่นนั้นจริง และหากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ไม่จุดชนวนให้เกิดการร่วงแรงรอบใหม่ในระยะใกล้ เราจะได้เห็นการสร้างโครงสร้างการปรับฐานอย่างน้อยสามคลื่น ซึ่งภายในนั้นเงินปอนด์อาจปรับขึ้นไปทดสอบระดับ 1.3429 และ 1.3512 ซึ่งเทียบได้กับระดับ 38.2% และ 50.0% บนสเกล Fibonacci ของชุดคลื่นขาลงล่าสุด ดังนั้น ในมุมมองของผม ตอนนี้ถือเป็นจังหวะที่เหมาะสมในการเข้าซื้อ
You have already liked this post today
*บทวิเคราะห์ในตลาดที่มีการโพสต์ตรงนี้ เพียงเพื่อทำให้คุณทราบถึงข้อมูล ไม่ได้เป็นการเจาะจงถึงขั้นตอนให้คุณทำการซื้อขายตาม


