empty
 
 
24.04.2026 06:59 AM
ควรให้ความสนใจอะไรในวันที่ 24 เมษายน? การวิเคราะห์เหตุการณ์พื้นฐานสำหรับผู้เริ่มต้น

การวิเคราะห์รายงานเศรษฐศาสตร์มหภาค:

This image is no longer relevant

มีรายงานเศรษฐกิจมหภาคที่มีกำหนดเผยแพร่ในวันศุกร์ค่อนข้างน้อย และตลาดก็ยังคงเพิกเฉยต่อภาพรวมเศรษฐกิจมหภาคทั้งหมด แน่นอนว่าเราจะให้ความสนใจกับรายงานยอดค้าปลีกในสหราชอาณาจักร ดัชนีบรรยากาศทางธุรกิจในเยอรมนี และความเชื่อมั่นผู้บริโภคในสหรัฐฯ แต่ความเป็นไปได้ที่รายงานเหล่านี้จะกระตุ้นให้ตลาดเกิดปฏิกิริยานั้นมีน้อยมาก สัปดาห์นี้ตลาดอยู่ในช่วงปรับฐานและรอความคืบหน้าในตะวันออกกลาง รวมถึงความชัดเจนในระยะสั้นบางประการ ทว่าในตอนนี้ตลาดก็ยังคงรอความคืบหน้าเหล่านั้นอยู่...

การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน:

This image is no longer relevant

ในวันศุกร์ไม่มีเหตุการณ์เชิงปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญใด ๆ ให้ต้องจับตาเป็นพิเศษ ช่วงสัปดาห์นี้มีสุนทรพจน์จาก Christine Lagarde แล้วสองครั้ง แต่นักลงทุนยังคงเพิกเฉยต่อปัจจัยด้านนโยบายการเงิน เช่นเดียวกับภาพรวมเศรษฐกิจมหภาค ดังนั้นถ้อยแถลงจากตัวแทนของ European Central Bank, Federal Reserve และ Bank of England ในขณะนี้จึงแทบไม่มีนัยสำคัญ นักวิเคราะห์ไม่คาดหวังว่า Fed จะเข้มงวดนโยบายการเงินในปี 2026 ขณะที่ BoE และ ECB อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเนื่องจากเงินเฟ้อเร่งตัว อย่างไรก็ตาม ฉากทัศน์ด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง ซึ่งอาจทำให้ธนาคารกลางต่าง ๆ ลังเลก่อนตัดสินใจด้านนโยบายการเงินที่สำคัญในการประชุมครั้งถัดไป ตัวอย่างเช่น ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจปะทุขึ้นอีกครั้งได้ทุกเมื่อ หากข้อตกลงระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ไม่ได้ลงนาม แต่ข้อตกลงก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้ หากอิหร่านไม่ยอมรับการเจรจารอบที่สอง ในเวลาเดียวกัน การหยุดยิงถูกขยายเวลาออกไปในสัปดาห์นี้ แต่ยังไม่ชัดเจนว่าความอดทนของ Donald Trump จะคงอยู่ได้นานเพียงใด

ข้อสรุปทั่วไป:

ในวันซื้อขายสุดท้ายของสัปดาห์ คู่สกุลเงินทั้งสองอาจยังคงเคลื่อนไหวปรับฐานต่อไป ดังนั้นนักเทรดควรให้ความสำคัญกับระดับและปัจจัยทางเทคนิคเป็นหลัก วันนี้สามารถเทรดยูโรได้ในกรอบ 1.1655–1.1666 ส่วนปอนด์อังกฤษสามารถเทรดได้ในกรอบ 1.3476–1.3489 ในระยะสั้น การปรับฐานลงของทั้งสองคู่สกุลเงินอาจดำเนินต่อ เนื่องจากตลาดอยู่ในโหมดรอดูท่าทีเกี่ยวกับการคลี่คลายความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

หลักการสำคัญของระบบเทรด:

  1. ความแข็งแกร่งของสัญญาณถูกกำหนดจากระยะเวลาที่ใช้ในการก่อตัวของสัญญาณนั้น (ดีดตัวจากระดับ หรือทะลุระดับ) ยิ่งใช้เวลาสั้น สัญญาณยิ่งแข็งแรง
  2. หากมีการเปิดออเดอร์สองครั้งขึ้นไปบริเวณระดับใดระดับหนึ่งจากสัญญาณหลอก สัญญาณถัดไปทั้งหมดจากระดับเดียวกันควรถูกมองข้าม
  3. ในภาวะราคาแกว่งในกรอบ (range) คู่สกุลเงินใด ๆ อาจสร้างสัญญาณหลอกได้จำนวนมาก หรืออาจไม่สร้างสัญญาณเลย ระดับทางเทคนิคอาจถูกเพิกเฉยได้
  4. ในกรอบเวลา 1 ชั่วโมง แนะนำให้เทรดตามสัญญาณของ MACD เฉพาะเมื่อมีความผันผวนเพียงพอ และแนวโน้มได้รับการยืนยันด้วยเส้นเทรนด์หรือช่องแนวโน้ม
  5. หากมีระดับสองระดับอยู่ใกล้กันเกินไป (ห่างกันประมาณ 5–20 pips) ควรมองว่าเป็นโซนแนวรับหรือแนวต้านเดียวกัน
  6. เมื่อราคาขยับไปในทิศทางที่ถูกต้องได้ 15 pips แล้ว ควรขยับ Stop Loss มาที่จุดคุ้มทุน (breakeven)

สิ่งที่ควรมองหาบนกราฟ:

ระดับราคาแนวรับและแนวต้านเป็นระดับที่ใช้เป็นเป้าหมายเมื่อเปิดออเดอร์ซื้อหรือขาย สามารถตั้งจุด Take Profit ไว้บริเวณระดับเหล่านี้ได้

เส้นสีแดงคือช่องแนวโน้มหรือเส้นเทรนด์ที่แสดงแนวโน้มปัจจุบัน และบ่งชี้ทิศทางที่ควรให้ความสำคัญในการเทรดในตอนนี้

อินดิเคเตอร์ MACD (14,22,3) – ทั้งฮิสโตแกรมและเส้นสัญญาณ – เป็นอินดิเคเตอร์เสริมที่สามารถใช้เป็นแหล่งสัญญาณได้ด้วยเช่นกัน

สุนทรพจน์และรายงานสำคัญ (ที่ระบุไว้ในปฏิทินข่าวเสมอ) สามารถส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของคู่สกุลเงินได้อย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นในช่วงที่มีการประกาศข่าวเหล่านี้ ควรเทรดด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง หรือพิจารณาออกจากตลาดเพื่อหลีกเลี่ยงการกลับตัวของราคาที่รุนแรงสวนทางกับทิศทางเดิม

มือใหม่ในตลาดฟอเร็กซ์ควรตระหนักว่า ไม่ใช่ทุกออเดอร์จะทำกำไรได้ การพัฒนากลยุทธ์ที่ชัดเจนและการบริหารเงินทุนที่มีประสิทธิภาพคือกุญแจสู่ความสำเร็จในการเทรดระยะยาว



Recommended Stories

หากไม่สะดวกคุยในตอนนี้
ระบุคำถามไว้ได้ใน แชท.