อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
29.04.2026 10:13 AMสิ่งใหม่ทั้งหมดก็คือของเก่าที่ถูกลืมไป เมื่อก่อนที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะปะทุขึ้น ตลาดหุ้นสหรัฐก็ผันผวนอยู่แล้วจากความกังวลว่าบรรดาบริษัทใช้จ่ายด้าน AI มากเกินไป และอาจไม่สามารถสร้างผลกำไรที่แข็งแกร่งได้ — ว่า AI อาจทำให้ผู้ออกตราสารบางรายหรือทั้งอุตสาหกรรมล้มละลาย โดยเฉพาะกลุ่มซอฟต์แวร์ เกิดความกลัวว่าฟองสบู่เทคโนโลยีลูกใหม่กำลังพองตัว คล้ายกับช่วงวิกฤติ dot‑com ครั้นเมื่อประเด็นภูมิรัฐศาสตร์เริ่มถูกให้ความสำคัญน้อยลง S&P 500 ก็หันกลับไปเผชิญ “โรคเก่า” เหล่านั้นอีกครั้ง
ดัชนีในภาพรวมปรับตัวขึ้นราว 18% นับตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน และกำลังจะทำผลงานรายเดือนที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 2002 ส่วนสำคัญมาจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทสหรัฐ โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยี
ผลตอบแทนรายเดือนของ S&P 500
นักวิเคราะห์จาก Wall Street คาดการณ์ว่า EPS ของกลุ่ม Big Tech จะพุ่งขึ้นเกือบ 41% ในไตรมาสแรก ซึ่งสูงกว่าผลตอบแทนที่คาดไว้ของกลุ่ม Materials ซึ่งอยู่ในอันดับสองเกือบเท่าตัว
จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ดัชนี S&P 500 แทบไม่ได้ให้ความสำคัญกับความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และหันไปโฟกัสเพียงเรื่องเดียว — ความสามารถของ AI ในการสร้างผลลัพธ์ทางการเงินที่โดดเด่น
แนวโน้ม EPS ที่คาดการณ์ไว้ แยกตามกลุ่มอุตสาหกรรมในดัชนี S&P 500
อย่างไรก็ตาม ทันทีที่มีอะไรผิดพลาด ดัชนีภาพรวมก็มักจะเผชิญแรงเทขายออกมา การย่อตัวรอบนี้ถูกจุดชนวนจากรายงานของ Wall Street Journal ที่ระบุว่า ผู้พัฒนา ChatGPT อย่าง OpenAI ทำผลงานรายได้และการเติบโตของจำนวนผู้ใช้งานไม่ถึงเป้าหมาย ข่าวดังกล่าวส่งผลให้หุ้นที่เกี่ยวข้องร่วงลงทันที รวมถึง Oracle, CoreWeave, SoftBank และรายอื่น ๆ เพราะบริษัทเหล่านี้เป็นผู้ให้เงินทุนแก่ OpenAI ปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้ให้บริการ ChatGPT ทำให้นักลงทุนหวนคิดถึงปัญหาในอดีต และกระตุ้นแรงขายในวงกว้างทั่วทั้งดัชนี S&P 500
Goldman Sachs ระบุว่าการย่อตัวของดัชนีภาพรวมเป็นสิ่งที่ควรเกิดขึ้นมาระยะหนึ่งแล้ว มุมมองนี้สะท้อนทั้งสถานะฝั่งซื้อที่ยืดตัวมากเกินไป และการเปลี่ยนสถานะของนักลงทุนสถาบันรายใหญ่จากผู้ซื้อมาเป็นผู้ขาย กองทุนเชิงปริมาณ (systematic funds) ซึ่งได้อัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ดัชนี S&P 500 ราว 53,000 ล้านดอลลาร์ในเดือนเมษายน ได้หยุดการเข้าซื้อไปเมื่อสิ้นเดือน อย่างไรก็ดี Goldman ยังมีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นสหรัฐ และมองว่าการปรับฐานใด ๆ ที่เกิดขึ้นจะเป็นโอกาสที่ดีอย่างยิ่งในการเพิ่มสถานะฝั่งซื้อระยะยาว
ข่าวร้ายจาก OpenAI เป็นเหมือนสัญญาณเตือนล่วงหน้าก่อนที่บริษัท 4 แห่งในกลุ่ม Magnificent Eight จะประกาศผลประกอบการ หากตัวเลขออกมาน่าผิดหวัง การปรับฐานอาจรุนแรงมากขึ้น นักลงทุนยังระมัดระวังต่อความเป็นไปได้ที่ Fed จะส่งสัญญาณเข้มงวดเชิงนโยบายมากขึ้นหลังการประชุม FOMC เดือนเมษายน
ในเชิงเทคนิค S&P 500 ได้ลงมาทดสอบระดับมูลค่ายุติธรรมบริเวณ 7,120 บนกราฟรายวัน ซึ่งแนวรับระดับนี้ยังสามารถประคองไว้ได้ และกระทิงอาจกลับเข้ามาซื้ออีกครั้งหากดัชนีขยับขึ้นไปยืนเหนือ 7,165 ในทางกลับกัน หากหลุดต่ำกว่า 7,110 จะกลายเป็นสัญญาณให้ขาย
You have already liked this post today
*บทวิเคราะห์ในตลาดที่มีการโพสต์ตรงนี้ เพียงเพื่อทำให้คุณทราบถึงข้อมูล ไม่ได้เป็นการเจาะจงถึงขั้นตอนให้คุณทำการซื้อขายตาม


